Posts Tagged With: ศาลรัฐธรรมนูญ

80ปีประชาธิปไตยไม่เดินหน้า-เหตุในอดีต-ปัจจุบันและทางสู่อนาคต

เพราะอดีต คนไทยมีพฤติกรรมซ้ำซาก ได้แก่ ทหารทำรัฐประหาร ตุลาการรับลูก นักวิชาบริกรขยายผล ประชาชนคล้อยตาม ไม่ใช่หรือ

การทำรัฐประหารนั้นผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น มีการทำซ้ำหลายครั้ง พร้อมบังคับให้ยอมรับว่าชอบด้วยกฎหมาย ด้วยอำนาจนอกกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย  กฎหรือหลักของกฎหมาย ตามที่เรียกเป็นสากลว่านิติธรรม

ในขณะเดียวกันศาลใช้ประกาศและคำสั่งคณะรัฐประหารตัดสินคดี อีกทั้งมีคำสอนแพร่หลายในระดับมหาวิทยาลัย ว่ารัฐประหารเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ประหนึ่งทฤษฎีการเมืองการปกครองของไทยโดยเฉพาะมาช้านาน ประชาชนจึงคล้อยตามอย่างกว้างขวาง

ดังจะเห็นว่า เมื่อเกิดวิกฤตทางการเมือง คนมีความรู้สูงๆหลายคนและประชาชนบางคนบางกลุ่มจะออกมาเรียกร้องรัฐประหาร และรัฐประหารที่ทำความเสียหายย่อยยับที่สุดให้แก่ประเทศไทย ลบสถิติความเสียหายอันเกิดจากรัฐประหารครั้งก่อนๆทุกครั้ง ก็เกิดขึ้นเมื่อ19กันยายน2549

ส่วนปัจจุบัน เกิดวิกฤตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถึงกับมีประชาชนจำนวนมากลงชื่อถอดถอนตุลาการส่วนใหญ่ของศาลนี้

โดยวิกฤตการเมืองในขณะนี้ ทหารไม่เห็นด้วยที่จะแก้ด้วยวิธีเดิม เพราะรู้ดีว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย แก้วิกฤตไม่ได้ แต่จะทำให้วิกฤตรุนแรงยิ่งขึ้น ความเสียหายจะใหญ่หลวงจนไม่อาจประเมินค่า และที่สำคัญคือเสียเกียรติภูมิของประเทศ

แต่ศาลรัฐธรรมนูญทำผิดรัฐธรรมนูญ2550มาตรา68เสียเอง ในขณะที่นักวิชาบริกรบางส่วนพยายามเปลี่ยนท่าทีเป็นนักวิชาการ ประชาชนจำนวนมากต่อต้านรัฐประหารและศาลรัฐธรรมนูญ แต่น่าเสียดายที่ศาลรัฐธรรมนูญยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ยอมแก้ไขคำสั่งที่ให้รัฐสภาเลื่อนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550วาระสาม เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติกฎหมายใช้เอง โดยไม่มีนิติธรรมเป็นรากฐานแม้แต่น้อย

แม้นักรัฐศาสตร์ นักนิติศาสตร์ นักกฎหมาย และนักวิชาการสาขาอื่นๆจำนวนมาก ออกมาให้ความเห็นโต้แย้งในทิศทางเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รับฟัง ทั้งๆที่รู้ว่ากฎหมายลายลักษณ์อักษรสำหรับประเทศประชาธิปไตยนั้น ถือเป็นกฎหมายโดยประชาชนกับนักวิชาการ ในขณะที่กฎหมายจารีตประเพณีในประเทศประชาธิปไตยถือเป็นกฎหมายโดยประชาชนกับตุลาการ แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลับถือว่ากฎหมายลายลักษณ์อักษรในประเทศไทยเป็นกฎหมายโดยตุลาการเท่านั้น ก็ถูกต้องแล้วที่ประชาชนคนไทยมีความเห็นตรงกันอย่างกว้างขวางว่า ไม่เคยมีประชาธิปไตยที่แท้จริงเลยในประเทศนี้

นอกจากนั้น ประชาชนจำนวนมหาศาลผู้สนใจการเมืองการปกครองก็มีความเข้าใจเรื่องนี้ ต่างออกมายืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ แทรกแซงอำนาจหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐสภาและรัฐบาล โดยบังเอิญไปเข้าทางฝ่ายต่อต้านการดำเนินไปสู่การสถาปนารัฐธรรมนูญประชาธิปไตยหรือไม่ เห็นชัดกันทั่วไปแล้ว การลงชื่อกันเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อถอดถอนตุลาการส่วนใหญ่ในศาลรัฐธรรมนูญจึงเกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน มีการคาดเดากันว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตรงข้ามกับความจริง ทำให้คาดเดากันต่อไปว่าอาจเกิดปฏิวัติประชาชน (People’s Revolution) ขึ้นในประเทศไทย บ้านเมืองคงจะวุ่นวายเป็นแน่ แต่ถึงแม้จะวินิจฉัยตรงกับความจริง และการสถาปนารัฐธรรมนูญประชาธิปไตยดำเนินต่อไปได้ ก็สายเกินไปที่จะเรียกศรัทธาที่ประชาชนเคยมีต่อตุลาการกลับคืนมา เหมือนปลาหลายตัวในข้องเดียวกัน ตายเน่าตัวเดียว เอาออกไม่ทัน เหม็นทั้งข้อง ยังจะมีสักกี่คนเสี่ยงซื้อปลาที่เหลือ แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะประชาชนจะได้รู้จักหันหน้ามาพูดจาประนีประนอมและตกลงกันเองเพิ่มขึ้นบ้าง

ดังนั้นในอนาคตจึงมีความชัดเจนว่า การปฏิรูประบบตุลาการและกระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ รวมถึงการปฏิรูประบบการศึกษาและการฝึกอบรมบุคลากรด้านกฎหมาย เพื่อขจัดวิธีคิดเยี่ยงศรีธนญชัยให้หมดไปจากแผ่นดินไทย ควบคู่ไปกับการสถาปนารัฐธรรมนูญประชาธิปไตยที่แท้จริงให้สำเร็จ ล้วนเป็นความจำเป็นเร่งด่วน หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมีผลต่อคนไทยทุกคน ในการผนึกกำลังกันช่วยประเทศให้อยู่ในระดับแกนนำของอาเซียนให้ได้เป็นอย่างน้อย

รศ.พรชัย รัศมีแพทย์…….ผู้เขียน

Advertisements
Categories: การเมือง | ป้ายกำกับ: ,,,,,,,,,,,,,,,,, | ใส่ความเห็น

วิกฤตล้างผลรัฐประหารและทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การลบล้างผลรัฐประหารและทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน และเป็นวิกฤตรุนแรงที่ไม่รู้จะจบเมื่อใดและจบอย่างไร

ที่จริงหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ผลของรัฐประหาร19กันยายน2549 ย่อมหมดไป เพราะรัฐธรรมนูญย่อมต้องระบุชัดเจนว่า ประกาศและคำสั่งคณะรัฐประหารไม่ใช่กฎหมาย ยังผลให้ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการรัฐประหารทุกครั้งได้สิทธิต่างๆคืนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิในการต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมปรกติ แต่หากไม่ระบุเช่นว่านั้น ความเป็นรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยที่แท้จริงย่อมไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ปัญหาสำคัญ คณะรัฐประหารที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องรับผิดต่อการกระทำของตนหรือไม่ ซึ่งบางคนก็ว่าไม่ต้องรับผิดใดๆ เพราะได้รับนิรโทษกรรมไปแล้ว บางคนก็ว่าต้องรับผิดมากมาย เนื่องจากมีผู้ที่ได้รับความเสียหายจากคดีที่ศาลใช้ประกาศและคำสั่งเหล่านั้นเป็นกฎหมายในการตัดสินคดี และมีผู้ได้รับประโยชน์จากประกาศและคำสั่งเหลานั้นต้องคืนผลประโยชน์ที่รับไป อาจมีการเรียกค่าเสียหายหรือต้องนำไปคืนกันถ้วนหน้า แต่กฎหมายย่อมไม่มีผลย้อนหลังเป็นโทษแก่ผู้ใด คงมีผลย้อนไปให้คุณประโยชน์เป็นหลัก

อย่างไรก็ดี กฎหมายว่าด้วยการปรองดองจะมีผลให้ประโยชน์แก่ผู้ถูกทำรัฐประหารด้วย ส่วนรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยย่อมให้ประโยชน์แก่ประชาชนทุกคน รวมทั้งผู้ถูกทำรัฐประหารเช่นกัน ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากรัฐประหารและรัฐธรรมนูญ2550เกรงว่าจะเสียประโยชน์ จึงรวมพลังทั้งในสภาและนอกสภาต่อต้านทั้งสองเรื่อง

แต่น่าเสียดายที่การต่อต้านมีโอกาสสำเร็จไม่มากนัก เพราะประชาชนรู้ทันและทหารไม่เอาด้วย

อนึ่ง มีข้อน่าสังเกตว่า ศาลรัฐธรรมนูญกระทำการรูปแบบเดียวกับรัฐประหาร กล่าวคือเริ่มจากเสี่ยงลงมือกระทำการผิดรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญกระทำการผิดรัฐธรรมนูญ2550มาตรา68วรรคสอง และจำนนด้วยข้อความที่ระบุเป็นภาษาไทย ซึ่งไม่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องขอโดยตรงจากผู้ทราบเรื่องการกระทำตามที่รัฐธรรมนูญ2550มาตรา68วรรคแรกบัญญัติห้าม โดยให้มีอำนาจรับคำร้องขอจากอัยการสูงสุดเท่านั้น ในขณะเดียวกัน มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านอ้างรัฐธรรมนูญฉบับภาษาอังกฤษ ว่ามีความชัดเจนกว่าฉบับภาษาไทย ในทำนองเป็นนัยว่า ฉบับภาษาอังกฤษให้อำนาจ และดูเป็นที่พอใจของฝ่ายเดียวกัน

เดิมคนทั่วไปมักจะเปรียบเทียบรัฐบาลเหมือนเรือลำใหญ่ เรียกว่ารัฐนาวา แต่ปัจจุบันฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล กลับมีสภาพไม่ต่างอะไรกับเรือสำราญไททานิคเผลอชนภูเขาน้ำแข็ง   เพราะรัฐบาลมีฐานมวลมหาประชาชนสนับสนุน เหมือนน้ำแข็งส่วนที่จมอยู่ใต้มหาสมุทร ซึ่งมีมวลมหาศาลหนุนส่วนที่พ้นน้ำคือรัฐบาล

ดังนั้น หากร่างกฎหมายว่าด้วยการปรองดองและการทำรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ไม่อาจสำเร็จโดยวิธีการผ่านรัฐสภาโดยตรง รัฐบาลก็อาจใช้วิธีการทางฝ่ายบริหารได้ เพราะความขัดแย้งเข้าข่ายวิกฤตแล้ว จำเป็นต้องแก้ไขด่วน โดยออกกฎหมายของฝ่ายบริหารก่อน คือตราพ.ร.ก.เชิญชวนประชาชนลงประชามติ โดยถามว่า รัฐบาลจะลบล้างผลรัฐประหาร19กันยายน2549และทำรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยที่แท้จริง เห็นด้วยหรือไม่ น่าจะเป็นวิธีแก้วิกฤตความขัดแย้งรุนแรงได้ เชื่อว่ารัฐบาลจะได้รับการสนับสนุนเช่นเคย

พรชัย รัศมีแพทย์…….ผู้เขียน

Categories: การเมือง | ป้ายกำกับ: ,,,,,,,,,,,,,,,, | ใส่ความเห็น

ยิงนัดเดียวอาจได้นกทั้งฝูง-ถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

การเข้าชื่อถอดถอนตุลาการส่วนใหญ่ของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีสั่งรับคำร้องขอโดยตรงจากบุคคลที่อ้างว่า รัฐสภาดำเนินการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550 เพื่อให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร) เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปโดยมิชอบ โดยไม่ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากอัยการสูงสุด และยังได้สั่งให้รัฐสภาระงับการพิจารณาไว้ชั่วคราวเลยทีเดียว เป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ (รธน) มาตรา 68 อีกทั้งยังก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติด้วย  

แม้จะคาดเดากันว่าไม่น่าจะถอดถอนได้ เพราะผู้ทำหน้าที่ถอดถอนคือวุฒิสภา ซึ่งจำนวนสมาชิกประเภทสรรหาและประเภทเลือกตั้งของประชาชนมีจำนวนก่ำกึ่งกัน  และการถอดถอนต้องใช้ คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของจำนวนวุฒิสมาชิกเท่าที่มีอยู่(รธนมาตรา274) กล่าวคือ วุฒิสภามีสมาชิกทั้งหมด150 คน ต้องมีสมาชิกออกเสียงถอดถอนไม่น้อยกว่า 90 เสียง

อย่างไรก็ดี กรณีนี้มีผู้จะถูกถอดถอนหลายคน จึงอาจมีบ้างที่จะถูกถอดถอน หรือไม่ถูกถอดถอนเลยสักคนก็ได้

แต่ในสภาพการณ์ปัจจุบัน จะมีใครถูกถอดถอนหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญเสียแล้ว เพราะเรื่องสำคัญอยู่ที่ (1) การทำให้ผู้คนในสังคมไทยยุคนี้ ตื่นตัวตระหนักถึงพิษภัยของความไม่เป็นกลางของตุลาการ แม้จะมีเพียงบางคนก็ตาม

(2) การใช้อำนาจตุลาการโดยบุคคลกลุ่มเดียวมาจากการสอบได้และทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีประชาชนตรวจสอบ ในที่สุดผลร้ายย่อมตกแก่ประชาชน อันเนื่องมาจากการใช้หรือตีความกฎหมายตามอำเภอใจ โดยอ้างว่าเป็นดุลพินิจ

(3) เมื่อเรื่องถอดถอนตุลาการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา สมาชิกทั้งสองประเภทจะต้องถกเถียงกันถึงข้อมติของประชาชนที่มีต่อตุลาการเหล่านั้น ในทำนองว่าเป็นผู้ไม่เข้าใจหลักของกฎหมาย ไม่เข้าใจประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และไม่เป็นกลางหรือไม่ จึงเป็นการตรวจสอบวุฒิสมาชิกว่า มีความรู้ความเข้าใจหลักของกฎหมาย หลักประชาธิปไตย และมีคุณธรรมเพียงพอแก่การทำหน้าที่กลั่นกรองร่างกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่เพียงใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของ สสร ต่อไป

(4) หากมีผู้ถูกถอดถอนเพียงบางคน หรือถูกถอดถอนทั้งหมด หรือไม่มีใครถูกถอดถอนเลย การประเมินคุณภาพและปริมาณของวุฒิสมาชิก ย่อมมีนัยหลากหลาย ซึ่งสังคมไทยจะต้องถกเถียงกันต่อไป เพื่อตอบคำถามว่า สังคมนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่น่านับถือพอเป็นหลักของบ้านเมืองหรือไม่ มาจากไหน และควรมาโดยวิธีการใด

นอกจากนั้น อาจมีประโยชน์ประการอื่นๆอีก แล้วแต่มุมมอง แต่อย่างไรก็ตาม แม้การถอดถอนอาจจะไม่สำเร็จ แต่เสียงปืนนัดเดียวนี้ ได้ทำให้นกทั้งฝูงตกใจแล้ว แต่จะล่วงหล่นหรือบินชนกิ่งไม้ตกลงมาหมดหรือเพียงบางตัวหรือไม่ คงต้องตามดูต่อไปครับ

พรชัย รัศมีแพทย์………ผู้เขียน

   

Categories: การเมือง | ป้ายกำกับ: ,,,, | ใส่ความเห็น

เหล้าเก่าในขวดใหม่-ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรัฐสภา

การเมืองไทยใกล้จุดเดือด เมื่อมีการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งระงับยับยั้งการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550วาระสาม ปรากฎว่าศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องและสั่งระงับไว้ชั่วคราว จึงมีการแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันแพร่หลายว่าศาลนี้มีอำนาจหรือไม่

ความในรัฐธรรมนูญมาตรา68ระบุว่า เมื่อปรากฎว่ามีบุคคลหรือพรรคการเมืองจะใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ2550 หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว

กรณีนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ นิติธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนำมาใช้วินิจฉัยจึงอยู่ที่การฟังข้อเท็จจริงจากอัยการสูงสุดเป็นสำคัญ เพราะอัยการเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านคดีความมั่นคง

ดังนั้น เมื่อผู้ทราบการกระทำยื่นคำร้องขอไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ศาลรัฐธรรมนูญจึงชอบที่จะสั่งให้ผู้ร้องไปยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับสั่งรับคำร้องและสั่งระงับการดำเนินงานของรัฐสภาในกรณีนี้ไว้ชั่วคราว เพื่อไต่สวน โดยสั่งให้ผู้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร)ชี้แจงภายในกำหนด อันเป็นขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั่นเอง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด จึงเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุดเสียเอง แล้วก็ยื่นคำร้องให้ตนเองคือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีจึงไม่ต่างอะไรกับแจกข้อสอบให้นักศึกษาไปค้นคว้าหาคำตอบเอง นักศึกษาตรวจคำตอบเองและให้คะแนนเอง ผลคะแนนจึงไม่ได้มาตรฐาน เชื่อถือไม่ได้

จึงเป็นที่มาของเสียงวิจารณ์กันในทำนองเหล้าเก่าในขวดใหม่ ซึ่งผสมสารพิษตัวเดิม คือเปลี่ยนรูปแบบการกระทำแต่ได้ผลเหมือนเดิม เช่น ยุบพรรคฝ่ายรัฐบาล ล้มรัฐบาล ตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล โดยการใช้อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ  ใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครืองมือ หรือเรียกว่ารัฐประหารโดยศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นกลาง ทั้งนี้เพราะมีปรากฎการณ์ผิดปรกติเกิดขึ้น กล่าวคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านออกมาแสดงความเห็นว่า ที่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการถ่วงดุลอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ยอมรับระบบการถ่วงดุลอำนาจหรือคานอำนาจหน้าที่อีกลักษณะหนึ่ง ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา68กำหนด กรณีจึงมีรูปแบบการกระทำอย่างเดียวกันกับรัฐประหารโดยใช้อาวุธสงคราม เพราะเริ่มจากการเสี่ยงลงมือกระทำการขัดกฎหมาย แล้วให้ถือว่าการกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายในภายหลัง โดยบังคับให้ประชาชนยอมรับ

นั่นคือ ไม่รอรับฟังข้อเท็จจริงจากอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่เข้าปฏิบัติการเองทันที โดยไม่คำนึงว่าเป็นการก้าวก่าย แทรกแซง หรือขัดขวางการใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ ขัดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสากลแบบรัฐสภา และได้ใช้หรือตีความรัฐธรรมนูญในกรอบของหลักการนั้นหรือไม่

กรณีเปรียบดั่งเสือโครงหมอบซุ่มรอตะครุบเหยื่อ และกระโดดกัดทันที โดยไม่คำนึงว่าเป็นเหยื่อชนิดใดหรือไม่ ที่สำคัญไม่คำนึงว่าเขี้ยวจะหักคาเหยื่อหรือไม่ ผิดวิสัยเสือที่มากด้วยประสบการณ์  จึงทำให้เกิดปรากฎการณ์หวาดระแวงกันทั่ว และวิจารณ์กันไปในทำนองดังกล่าว

อย่างไรก็ดี หลักสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการยุติธรรมสากลคือ ไม่มีการยืนกระต่ายขาเดียวในกระบวนการนี้ เมื่อรู้ว่ามีการวินิจฉัยสั่งการผิดพลาดคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นในขั้นตอนใด ต้องรีบแก้ไขทันที เป็นปรกติทางการปฏิบัติ

ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญไม่แก้ไข รัฐสภาต้องตักเตือน ไม่ใช่ยอมรับทำตามคำสั่งที่ผิดพลาดชัดแจ้ง เพราะประเทศไทยปกครองโดยระบอบรัฐสภา หมายความว่า รัฐสภาเป็นใหญ่ โดยหลักย่อมมีอำนาจเหนือองค์กรอื่นของประเทศ

จึงหวังว่าประธานรัฐสภาและรัฐบาลจะแสดงจุดยืนแห่งสถานะที่แท้จริงได้ถูกต้อง หากประสงค์คุ้มครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา จงอย่าดื่มเหล้าพิษในขวดนั้น

พรชัย รัศมีแพทย์……ผู้เขียน

Categories: การเมือง | ป้ายกำกับ: ,,,,,,, | ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .